วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์


ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดอุทกวนาราม  ได้จดทะเบียนก่อตั้งเมื่อ  วันที่  ๑  มิถุนายน  พุทธศักราช  ๒๕๕๔  และเป็นปีแรกของศูนย์ฯได้ส่งนักเรียนเข้าประกวดแข่งกันในงานครั้งที่  ๗  ซึ่งในปีอำเภอเมืองเชียงรายได้เป็นเจ้าภาพจัดที่โรงเรียนเทศบาล  ๓  ในวันอาทิตย์ที่  ๑๘  ธันวาคม ๒๕๕๔
เหรียญแรกคือเหรียญทองแดง  ในการแข่งขันตอบปัญหาวิชาธรรมะ.
                                                    เหรียญแรกของศูนย์ฯ
                                          รอลุ้นรางวัล
 
บรรยากาศในงาน









                                    


วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554

วันพ่อ ๕๔

กิจกรรมนักเรียนโรงเรียนบ้านนางแลใน  ทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครอบ  ๗  รอบ ๘๔ พรรษา  ๕  ธันวาคม พุทธศักราช  ๒๕๕๔


วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2554

สลากกภัตต์นักเรียน

วัตถุประสงค์ของการจัดงานสลากภัตต์  เพื่อรักษาประเพณีอันดีงามของล้านนาที่สืบมาอันยาวนาน หลังช่วงก่อนออกพรรษาหรือหลังออกพรรษา ศรัทธาญาติโยมของแต่ละวัดเมื่อมีความพร้อมเพรียงกัน มักจะจัดงานนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะได้ถวายส่วนบุญส่วนกุศลไปให้ญาติที่ล่วงลับหรือทำบุญเพื่อตัวเอง และในปีนี้เมื่อวันที่  10 พฤศจิกายน 2554 คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน,คณะครู,นักเรียน,ร่วมกับผู้ปกครองนักเรียนได้จัดงานนี้ขึ้นมา ตามวัตถุประสงค์ที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น. 
                                   
            ผู้สูงอายุให้ความรู้เรื่องการสานชะลอม ภาคเหนือเรียกว่า ก๋วย
พร้อมแล้วที่จะไปวัด
                                    
ปาฐกถาเรื่องสลากภัตต์และอานิสงฆ์ผลทาน

บรรยากาศในงาน

                                
                                    
                                                                       กิ๋นหวานตานม่วน

วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

พุทธพยากรณ์ 16 ประการ

พุทธพยากรณ์ 16 ประการ


เอาสิ่งดี มีประโยชน์มาเผยแพร่ ให้ได้รับรู้ กันดีกว่า จึงขอนำพุทธพยากรณ์ 16 ประการ ที่ทำนายพระสุบิน ของ พระเจ้าโกศลราช ดังนี้
ประการที่ 1 นั้นพระเจ้าโกศลราชทรงพระสุบินเห็นโคอุสุภราชดำสี่ตัววิ่งมาแต่สี่ทิศ ทำอาการดุจจะชนกันแต่ไม่ชน ต่างตัวต่างถอยหลังกลับ
มีพุทธพยากรณ์ว่า ในอนาคตเบื้องหน้าเมื่อพระราชามิได้ตั้งอยู่ในธรรม ชนทั้งหลายมีแต่อกุศลจิต ฝนจักไม่ตกต้องตามฤดูกาล เมฆตั้งเค้าขึ้นทั้งสี่ทิศเปรียบเสมือนโคตั้งท่าจะชนกันแล้วถอยหนี
ประการที่ 2 ทรงพระสุบินว่า ต้นไม้ทั้งหลายเติบโตเพียงหนึ่งคืบหนึ่งศอก ก็ผลิตดอกออกผล
มีพุทธทำนายว่า ในอนาคตกาลเบื้องหน้า สัตว์ทั้งหลายจะมีราคะกฤษณากล้าแข็ง นางกุมารีที่มีวัยยังไม่สมบูรณ์ จักไปสู่บุรุษอื่น จักเป็นหญิงมีระดู แลมีครรภ์ แล้วมีบุตรธิดา
ประการที่ 3 ทรงพระสุบินว่า ได้เห็นนางโคซึ่งแม่โค ดื่มกินน้ำนมนางลูกโคอันเกิดในวันนั้น
มีพุทธพยากรณ์ว่า ในอนาคตผู้น้อยจะไม่เคารพผู้ใหญ่ ไม่เอื้อเฟื้อต่อบิดามารดา ผู้เฒ่าผู้แก่จักเป็นคนอนาถาหาที่พึ่งไม่ได้ ต้องประจบทารกขอเลี้ยงชีพ
ประการที่ 4 ทรงพระสุบินเห็นชนทั้งหลายปลดเปลื้องโคตัวใหญ่ที่สมบูรณ์แข็งแรงออกจากเกวียนแล้วนำลูกโคไปเทียมเกวียนแทน
มีพุทธทำนายว่า กาลข้างหน้าผู้ปกครอง ผู้หลักผู้ใหญ่ จักตั้งผู้น้อยที่โง่เขลาให้รับผิดชอบงานใหญ่ ไม่ตั้งผู้ใหญ่ที่ฉลาดรอบรู้ไว้ในที่เหมาะสม กิจการทั้งหลายจักเสื่อมทรามลงตามลำดับ
ประการที่ 5 ทรงพระสุบินเห็นม้าตัวหนึ่งมีปากสองข้าง รับอาหารจากคน 2 คน ปากละคน
มีพุทธทำนายว่า ในกาลภายหน้าผู้ปกครอง ผู้ใหญ่จะไม่ตั้งอยู่ในความสุจริตยุติธรรมในการตัดสินคดี การแข่งขัน จะรับสินบนทั้งสองฝ่าย เอาแต่สินบนเป็นประมาณ
ประการที่ 6 ทรงพระสุบินเห็นชนทั้งหลายขัดถาดทองคำทำเป็นที่ปัสสาวะสุนัขจิ้งจอกชรา
มีพุทธพยากรณ์ว่า ผู้ดีมีตระกุลจะตกยาก ตระกุลต่ำช้าทั้งหลายจะได้เป็นใหญ่ ผู้ดีมีตระกุลจะยกธิดาให้กู้ไม่มีตระกุล
ประการที่ 7 ทรงพระสุบินว่า เห็นบุรุษผู้หนึ่งนั่งฟั่นเชือกหนังอยู่บนตั่ง หย่อนปลายเชือกที่ฟั่นแล้วให้ห้อยลงไป ณ ที่ภายใต้ตั่ง มีนางสุนัขจิ้งจอกหิวตัวหนึ่ง นอนอยู่ภายใต้ตั่งที่บุรุษนั้นนั่ง ฯลฯ ก็กัดกินเชือกที่บุรุษฟั่นนั้นเรื่อยๆไป ยิ่งนั่งฟั่นก็หมดไปทุกที
มีพุทธทำนายว่า ในอนาคตหญิงทั้งหลายจักไม่ซื่อตรงต่อสามี ผลาญทรัพย์ที่สามีหามาด้วยความยากลำบากให้หมดไป
ประการที่ 8 ทรงพระสุบินเห็นกละออมใหญ่ใส่น้ำเต็มเปี่ยมใบหนึ่งแวดล้อมด้วยโอ่งเปล่าจำนวนมาก คนสี่จำพวกพากันตักน้ำใส่กละออมแต่ไม่ใส่ในโอ่งเปล่า
มีพุทธทำนายว่า กาลภายหน้าผู้ปกครองจะมุ่งประโยชน์ส่วนตน มีทรัพย์มากมายก็ไม่รู้จักพอ ยังหาผลประโยชน์จากผู้ยากไร้มาเพิ่มพูนให้ร่ำรวยขึ้นไปอีก เหมือนกละออม ที่น้ำล้นก็ยังเฝ้าเติมอยู่ร่ำไป ไพร่ฟ้าผู้ยากไร้เปรียบดังโอ่งเปล่าไม่ใครเหลียวแล
ประการที่ 9 พระเจ้าโกศลราชทรงพระสุบินเห็นสระบัวแห่งหนึ่งน้ำลึก ดาดาษไปด้วยบัวเบญจพรรณ มีท่าน้ำขึ้นลงโดยรอบ ฝูงสัตว์ทั้งหลายพากันลงดื่ม น้ำกลางสระกลับขุ่น แต่น้ำที่ขอบสระที่สัตว์เหยียบย่ำกลับใส
มีพุทธทำนายว่า กาลภายหน้าผู้ปกครองจะไร้คุณธรรม ปกครองด้วยความบีบคั้นทารุณ ราษฎรทั้งหลายเหลือทนก็ละทิ้งถิ่นฐานจากเมืองไปอยู่แดนกันดารชนบท เมืองใหญ่จะว่างเปล่า
ประการที่ 10 ทรงพระสุบินเห็นข้าวหุงหม้อเดียวกันมีทั้งดิบ แฉะ สุกๆดิบๆ
มีพุทธพยากรณ์ว่า ในกาลภายหน้าผู้ปกครอง ข้าราชการและราษฎรตลอดถึงสมณะชีพราหมณ์จะไม่อยู่ในศีลธรรม บันดาลให้ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ที่แล้งก็แล้งจัด ที่ฝนมากก็ท่วมหนัก ที่พอดีนั้นหามิได้ พืชพันธ์ข้าวกล้าไม่มีความอุดมสมบูรณ์พอเหมาะพอดี
ประการที่ 11 ทรงพระสุบินเห็นคนทั้งหลายนำแก่นจันทน์อันมีค่าแสนตำลึงไปแรกกับนมเน่า
มีพุทธพยากรณ์ว่า ในอนาคตกาลภายหน้าภิกษุผู้อลัชชีทั้งหลายไม่มีความละอายแก่บาป เป็นผู้โลเลโลภในจตุปัจจัยจักมีขึ้น ภิกษุพวกอลัชชีเหล่านั้น จักเอาธรรมที่ตถาคตกล่าวติเตียนความโลภไปแสดงให้ชนทั้งหลายอื่นฟัง เพื่อชนทั้งหลายอื่นนั้นละความโลภความตระหนี่ แล้วบริจาคปัจจัย มีจีวรเป็นต้นให้แก่ตน แต่ส่วนพวกอลัชชีภิกษุนั้นจักไม่อาจที่จะเปลื้องตนให้พ้นจากปัจจัยลาภแล้วตั้งอยู่ในทางอันเป็นฝักฝ่ายที่จะออกไปจากทุกข์ได้
อนึ่ง จักไม่อาจแสดงธรรมกระทำให้ผู้ฟังมีหน้าเฉพาะต่อพระนิพพานได้ เมื่อทายกทั้งหลายได้ฟังแต่บทพยัญชนะอันสมบูรณ์ หรือเสียงอันไพเราะเท่านั้น ก็พากันบริจาคทาน ฯลฯ อลัชชีภิกษุทั้งหลายพวกอื่นอีกจักนั่ง แสดงธรรม ณ ระหว่างถนนแลทางสี่แพร่ง แลประตูเป็นอาทิ ทั้งนี้ด้วยความโลภอยากจะได้เงินจากชาวบ้านเป็นที่ตั้ง
ประการที่ 12 ทรงพระสุบินเห็นผลน้ำเต้าเปล่าซึ่งควรที่จะต้องลอยน้ำกลับจมลง
มีพุทธพยากรณ์ว่า กาลเมื่อโลกแปรปรวนคนเลวจักเสวยอำนาจ ถ้อยคำของผู้ปราศจากศีลสัตย์ เหมือนเช่นน้ำเต้าอันเปล่าที่ควรจะเลื่อนลอยนั้นจักกลับเป็นคำตั้งมั่นอยู่ประหนึ่งว่าน้ำเต้าอันจมตั้งอยู่ ฉะนั้น
ประการที 13 ทรงพระสุบินเห็นศิลาแท่งใหญ่ ลอยน้ำประดุจดังสำเภา ฉะนั้น
มีพุทธทำนายว่า ในกาลข้างหน้าถ้อยคำของนักปราชญ์ ผู้ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรมจักไม่เป็นหลักตั้งมั่นคง เปรียบเสมือนแท่งศิลาลอยน้ำ
ประการที่ 14 ทรงพระสุบินนางเขียดตัวน้อยกลืนกินงูเห่า
มีพุทธทำนายว่า ในกาลเมื่อโลกเสื่อมทรามลงในอนาคตกาลนั้น แท้จริงในอนาคตภายภาคหน้านั้น มนุษย์ทั้งหลายจักมีราคะกล้าแลมีชาติอันชั่ว ประพฤติตนตามอำนาจแห่งกิเลส บุรุษจักลุ่มหลง อยู่ในอำนาจภรรยา เหมือนงูเห่าถูกนางเขียด กลืนกินฉะนั้น
ประการที่ 15 ทรงพระสุบินเห็นฝูงหงส์ทองตามแวดล้อมกา
มีพุทธทำนายว่า ในกาลอนาคตผู้ปกครองจะเลี้ยงคนเลวไว้ใกล้ –ชิด เมื่อผู้ดีมีตระกุลตกต่ำก็จำเป็นต้องสอพลอคนเลวเพื่อความอยู่ลอด
ประการที่ 16 ทรงพระสุบินเห็นแพะไล่เคี้ยวกินเสือเหลือง ฝูงเสือเห็นแพะแต่ไกลก็หวาดกลัวพากันวิ่งหลบซ่อน
มีพุทธทำนายว่า ในกาลภายหน้าคนต่ำช้าจะมีอำนาจเป็นที่หวาดเกรงของคนดี จนคนดีต้องหลบเร้น

พุทธพยากรณ์นี้ จะเกิดขึ้นหลังพุทธกาล มีกล่าวไว้ในพระไตรปิฎก เพื่อนำพุทธพยากรณ์ทั้ง 16 ประการนี้ เพื่อเป็นวิทยาทาน แก่ ผู้ที่สนใจ และถวายเป็นพุทธบูชา ตอบแทนบุญคุณ ของพระรัตนตรัย.