วันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2552
ฉลองพระครูฐานานุกรม ถวายกุฏิสงฆ์
วันพุธที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2552
วันอังคารที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2552
วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2552
วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2552
วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2552
ศูนย์การเรียนรู้บ้านนางแลใน
ศูนย์การเรียนรู้แบบครบวงจร
ประชาชน นักศึกษา นักเรียนได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ตลอดเวลา
อธิบาย สาธิต ก่อนเรียนรู้ปฏิบัติจริง
ผลิตภัณฑ์ที่ทำด้วยหญ้าแฝก นางยุวดี เชื้อเมืองพาน ประธานโครงการกลุ่มต่าง ๆ อาทิเช่น ๑.ประธานกลุ่มทำปุ๋ยอินทรีย์ ๒.ประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์จากหญ้าแฝก ๓.อาสาสมัครเกษตรด้านบัญชี กรรมการตรวจบัญชีสหกรณ์ ๔.ประธานกลุ่มเครื่อข่ายแหล่งเรียนรู้ กศน।เมืองเชียงราย ๕.ประธานกลุ่มสัจจะ ฯลฯ
ติดต่อสอบถามได้ที่ นางยุวดี เชื้อเมืองพาน โทร.๐๘-๑๐๓๑-๔๐๕๓
วันพุธที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2552
ประชุมงานผูกพัทธสีมา



วันที่9ธ.ค.52หลวงพ่อพระครูขันติพลาธร จอ.เมืองเชียงราย เจ้าอธิการบุญทา ปภากโร จต.นางแลและนายประพันธ์ คำจ้อน ผอ.สนพ.ประธาน พร้อมหัวหน้าหน่วยราชการ ในตำบลนางแล ร่วมประชุมปรึกษาหารือเรื่องงานผูกพัทธสีมา ณ ศาลาบาตร เวลา 13.30. น. จึงขอกราบขอบพระคุณขอบใจทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการประชุมเพื่อจัดงานในครั้งนี้ วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2552
พุทธโอวาท
พุทธโอวาทบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า
"คนที่มีสติอยู่ตลอดเวลา รู้จักประมาณในการบริโภค ย่อมมีเวทนาเบาบาง แก่ช้า ครองอายุอยู่ได้นาน"
บุคคลที่ไม่รู้ และไม่รู้ว่าตนไม่รู้ เขาผู้นั้นเป็นคนโง่ จงหลีกเขาไปให้พ้น
บุคคลที่ไม่รู้ และรู้ว่าตนเองไม่รู้ เขาผู้นั้นเป็นเด็ก จงใส่ใจในตัวเขา
บุคคลที่รู้ และไม่รู้ว่าตนรู้ เขาผู้นั้นยังหลับอยู่ จงปลุกเขา
บุคคลที่รู้ และรู้ว่าตนรู้ เขาผู้นั้นเป็นคนฉลาด จงตามเขาไปเถิด"
"คนที่มีสติอยู่ตลอดเวลา รู้จักประมาณในการบริโภค ย่อมมีเวทนาเบาบาง แก่ช้า ครองอายุอยู่ได้นาน"
บุคคลที่ไม่รู้ และไม่รู้ว่าตนไม่รู้ เขาผู้นั้นเป็นคนโง่ จงหลีกเขาไปให้พ้น
บุคคลที่ไม่รู้ และรู้ว่าตนเองไม่รู้ เขาผู้นั้นเป็นเด็ก จงใส่ใจในตัวเขา
บุคคลที่รู้ และไม่รู้ว่าตนรู้ เขาผู้นั้นยังหลับอยู่ จงปลุกเขา
บุคคลที่รู้ และรู้ว่าตนรู้ เขาผู้นั้นเป็นคนฉลาด จงตามเขาไปเถิด"
วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2552
ความรู้ที่ท่านอาจจะ ไม่รู้
ความรู้ ที่ท่านอาจจะ ยังไม่รู้
๑.รู้รอบตัวมากมาย แต่ไม่รู้ดีรู้ชั่ว ก็เสื่อม
๒.รู้เว้นงูเว้นเสือเว้นมีด/ปืน แต่ไม่รู้เว้นอบายมุข ก็เสื่อม
๓.รู้ภาษาต่างประเทศ แต่ไม่รู้คุณค่าภาษาไทย ก็เสื่อม
๔.รู้ตอบคำถาม แต่ไม่รู้ตอบแทนคุณแผ่นดิน ก็เสื่อม
๕.รู้ที่กินเที่ยว แต่ไม่รู้ที่ต่ำที่สูง ก็เสื่อม
๖.รู้วันเดือนปีเกิด แต่ไม่รู้กาลเทศะ ก็เสื่อม
๗.รู้พยากรณ์อากาศ แต่ไม่รู้ว่าชีวิตมีขึ้นลง ก็เสื่อม
๘.รู้จักวาลวิทยานภากาศ แต่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ ก็เสื่อม
๙.รู้จักคนมากมายหลายวงการ แต่ไม่รู้จักตนเอง ก็เสื่อม
๑๐.รู้จักบริหารคนบริหารงาน แต่ไม่รู้วิธีบริหารใจ ก็เสื่อม
๑๑.รู้วิธีหาเงินมากมาย แต่ไม่รู้วิธีบริหารเงิน ก็เสื่อม
๑๒.รู้จักสร้างตึกสูงนับร้อยชั้น แต่ไม่รู้วิธีฝึกใจให้สูง ก็เสื่อม
๑๓.รู้คุณของเงินทอง แต่ไม่รู้คุณพ่อคุณแม่ ก็เสื่อม
๑๔.รู้จักโกรธ แต่ไม่รู้จักให้อภัย ก็เสื่อม
๑๕.รู้ยืม แต่ไม่รู้คืน ก็เสื่อม
๑๖.รู้จักการเข้าสังคม แต่ไม่รู้จักเข้าหาสังฆะ ก็เสื่อม
๑๗.รู้เรียนเอาปริญญาสูงๆ แต่ไม่รู้จักยกพฤติกรรมให้สูง ก็เสื่อม
๑๘.รู้ที่จะมีลูก แต่ไม่รู้จักเลี้ยงลูก ก็เสื่อม
๑๙.รู้ที่จะรัก แต่ไม่รู้จักดูแลคนรัก ก็เสื่อม
๒๐.รู้ที่จะดู แต่ไม่รู้จักเห็น ก็เสื่อม
๒๑.รู้ที่จะนับถือ แต่ไม่รู้จักนับถืออะไร ก็เสื่อม
๒๒.รู้ที่จะพูด แต่ไม่รู้จักศิลปะการพูด ก็เสื่อม
๒๓รู้ว่าวันหนึ่งจะต้องตาย แต่ไม่รู้วิธีเตรียมตัวตาย ก็เสื่อม
๑.รู้รอบตัวมากมาย แต่ไม่รู้ดีรู้ชั่ว ก็เสื่อม
๒.รู้เว้นงูเว้นเสือเว้นมีด/ปืน แต่ไม่รู้เว้นอบายมุข ก็เสื่อม
๓.รู้ภาษาต่างประเทศ แต่ไม่รู้คุณค่าภาษาไทย ก็เสื่อม
๔.รู้ตอบคำถาม แต่ไม่รู้ตอบแทนคุณแผ่นดิน ก็เสื่อม
๕.รู้ที่กินเที่ยว แต่ไม่รู้ที่ต่ำที่สูง ก็เสื่อม
๖.รู้วันเดือนปีเกิด แต่ไม่รู้กาลเทศะ ก็เสื่อม
๗.รู้พยากรณ์อากาศ แต่ไม่รู้ว่าชีวิตมีขึ้นลง ก็เสื่อม
๘.รู้จักวาลวิทยานภากาศ แต่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ ก็เสื่อม
๙.รู้จักคนมากมายหลายวงการ แต่ไม่รู้จักตนเอง ก็เสื่อม
๑๐.รู้จักบริหารคนบริหารงาน แต่ไม่รู้วิธีบริหารใจ ก็เสื่อม
๑๑.รู้วิธีหาเงินมากมาย แต่ไม่รู้วิธีบริหารเงิน ก็เสื่อม
๑๒.รู้จักสร้างตึกสูงนับร้อยชั้น แต่ไม่รู้วิธีฝึกใจให้สูง ก็เสื่อม
๑๓.รู้คุณของเงินทอง แต่ไม่รู้คุณพ่อคุณแม่ ก็เสื่อม
๑๔.รู้จักโกรธ แต่ไม่รู้จักให้อภัย ก็เสื่อม
๑๕.รู้ยืม แต่ไม่รู้คืน ก็เสื่อม
๑๖.รู้จักการเข้าสังคม แต่ไม่รู้จักเข้าหาสังฆะ ก็เสื่อม
๑๗.รู้เรียนเอาปริญญาสูงๆ แต่ไม่รู้จักยกพฤติกรรมให้สูง ก็เสื่อม
๑๘.รู้ที่จะมีลูก แต่ไม่รู้จักเลี้ยงลูก ก็เสื่อม
๑๙.รู้ที่จะรัก แต่ไม่รู้จักดูแลคนรัก ก็เสื่อม
๒๐.รู้ที่จะดู แต่ไม่รู้จักเห็น ก็เสื่อม
๒๑.รู้ที่จะนับถือ แต่ไม่รู้จักนับถืออะไร ก็เสื่อม
๒๒.รู้ที่จะพูด แต่ไม่รู้จักศิลปะการพูด ก็เสื่อม
๒๓รู้ว่าวันหนึ่งจะต้องตาย แต่ไม่รู้วิธีเตรียมตัวตาย ก็เสื่อม
วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2552
ความสุข


คนที่มีความสุขที่สุดในโลก
คนที่มีความสุขที่สุดในโลกไม่ใช่คนที่ร่ำรวย คนที่มีความสุขที่สุดในโลกไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จแต่คนที่มีความสุขที่สุดในโลกคือ คนที่มีความสบายใจเท่านั้นเองและความหมายของความสบายใจ คือ
1. เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น เชื่อว่าคุณมีดี คุณน่าคบหา และคุณทำได้
2. รู้จักตัวเอง ยอมรับในข้อบกพร่องของตัวเอง และพร้อมจะปรับปรุงเสมอ
3. ไม่ดื้อดึง ถ้าวันวานคุณเคยทำผิดพลาด คุณก็ยินยอมเปลี่ยนแปลงและรับฟังคนอื่น
4.เห็นค่าของตัวเอง คุณไม่คิดว่าตัวเองช่างไร้ค่า คุณจึงมีความสุขในใจเสมอ
5. วิ่งหนีความทุกข์ เมื่อรู้ตัวว่าตกลงไปในความทุกข์ คุณก็รีบหาทางหลุดพ้น ไม่จมอยู่กับมัน
6. กล้าหาญเสมอ คุณกล้าเปลี่ยนแปลงและกล้ารับมือกับสิ่งแปลกใหม่หรือปัญหาต่างๆ
7. มีความฝันใฝ่ เมื่อชีวิตมีจุดหมาย คุณก็จะเดินไปบนถนนชีวิตอย่างมีความหวัง ไม่เลื่อนลอย
8. มีน้ำใจอาทร คุณพบความสุขในใจเสมอถ้าเป็นผู้ให้แก่ผู้อื่น โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
9. นับถือตัวเอง ไม่ดูถูกตัวเองด้วยการลดคุณค่าและทำในสิ่งที่เสื่อมเสียต่อตัวเอง
10. เติมสีสัน สร้างรอยยิ้มให้ชีวิตของคุณและคนรอบข้าง รู้จักหยอกล้อคนอื่น ๆ และตัวเองด้วย
ความสุขนั้น คือ พอใจกับวิถีชีวิตของตัวเอง และวางฝันของตัวเองตามกำลังที่ตนทำได้การได้รับวัตถุและความสำเร็จในหน้าที่การงาน ทำให้คุณพึงพอใจและยกระดับฐานะของคุณเท่านั้น เป็นการสร้างเสริมความสุขเพียงภายนอก และมันมิได้อยู่กับคุณอย่างมั่นคงถาวรตลอดไปเพราะคนเรานั้นย่อมมีความต้องการเพิ่มขึ้นเสมอไม่มีวันหยุดนิ่งความสุขที่แท้จริงเกิดจากข้างในจิตใจของคนเรา และถ้าจิตใจของคุณไม่ว่าง เต็มไปด้วยอารมณ์อันตรายต่าง ๆ ความสุขก็จะเกิดขึ้นได้ยากยิ่ง เพราะความสุขนั้นมักเกิดขึ้นท่ามกลางความสงบเสมอชีวิตของคนเรานั้นไม่ยืนยาวนัก คุณสามารถหาความสุขให้ตัวเองได้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ไม่ต้องมุ่งหวังยามแก่เฒ่า ค่อยอยู่อย่างสงบสุขอย่างที่หลายคนเชื่อกัน เชื่อเถอะ เราจะสามารถมีความสุขที่สุดในโลกได้ ในตอนนี้ ถ้าเราเริ่มจากตัวเราเอง !!!ยิ้ม ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
1. เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น เชื่อว่าคุณมีดี คุณน่าคบหา และคุณทำได้
2. รู้จักตัวเอง ยอมรับในข้อบกพร่องของตัวเอง และพร้อมจะปรับปรุงเสมอ
3. ไม่ดื้อดึง ถ้าวันวานคุณเคยทำผิดพลาด คุณก็ยินยอมเปลี่ยนแปลงและรับฟังคนอื่น
4.เห็นค่าของตัวเอง คุณไม่คิดว่าตัวเองช่างไร้ค่า คุณจึงมีความสุขในใจเสมอ
5. วิ่งหนีความทุกข์ เมื่อรู้ตัวว่าตกลงไปในความทุกข์ คุณก็รีบหาทางหลุดพ้น ไม่จมอยู่กับมัน
6. กล้าหาญเสมอ คุณกล้าเปลี่ยนแปลงและกล้ารับมือกับสิ่งแปลกใหม่หรือปัญหาต่างๆ
7. มีความฝันใฝ่ เมื่อชีวิตมีจุดหมาย คุณก็จะเดินไปบนถนนชีวิตอย่างมีความหวัง ไม่เลื่อนลอย
8. มีน้ำใจอาทร คุณพบความสุขในใจเสมอถ้าเป็นผู้ให้แก่ผู้อื่น โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
9. นับถือตัวเอง ไม่ดูถูกตัวเองด้วยการลดคุณค่าและทำในสิ่งที่เสื่อมเสียต่อตัวเอง
10. เติมสีสัน สร้างรอยยิ้มให้ชีวิตของคุณและคนรอบข้าง รู้จักหยอกล้อคนอื่น ๆ และตัวเองด้วย
ความสุขนั้น คือ พอใจกับวิถีชีวิตของตัวเอง และวางฝันของตัวเองตามกำลังที่ตนทำได้การได้รับวัตถุและความสำเร็จในหน้าที่การงาน ทำให้คุณพึงพอใจและยกระดับฐานะของคุณเท่านั้น เป็นการสร้างเสริมความสุขเพียงภายนอก และมันมิได้อยู่กับคุณอย่างมั่นคงถาวรตลอดไปเพราะคนเรานั้นย่อมมีความต้องการเพิ่มขึ้นเสมอไม่มีวันหยุดนิ่งความสุขที่แท้จริงเกิดจากข้างในจิตใจของคนเรา และถ้าจิตใจของคุณไม่ว่าง เต็มไปด้วยอารมณ์อันตรายต่าง ๆ ความสุขก็จะเกิดขึ้นได้ยากยิ่ง เพราะความสุขนั้นมักเกิดขึ้นท่ามกลางความสงบเสมอชีวิตของคนเรานั้นไม่ยืนยาวนัก คุณสามารถหาความสุขให้ตัวเองได้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ไม่ต้องมุ่งหวังยามแก่เฒ่า ค่อยอยู่อย่างสงบสุขอย่างที่หลายคนเชื่อกัน เชื่อเถอะ เราจะสามารถมีความสุขที่สุดในโลกได้ ในตอนนี้ ถ้าเราเริ่มจากตัวเราเอง !!!ยิ้ม ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)





เจริญพุทธมนต์























ญาติโยมมารับที่สนามบินนานาชาติบ้านดู่








