ประเพณีการแปลงหอยอเฮือน/ปกหอยอเฮือน
เมื่อชายได้ตกลงแต่งงานกับหญิง และได้เข้าไปอยู่ในเรือนของฝ่ายหญิงแล้ว พ่อแม่ของฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายที่ได้ใช้แรงงานจากลูกเขย เรียกว่า “ได้ลูกอ้ายหลานชาย” การที่ชายไปอยู่รับใช้พ่อแม่ของฝ่ายหญิงและช่วยในการทําไร่ ทำนา ทําสวน เป็นระยะเวลาอย่างน้อย ๓ ปี จึงจะแยกตัวลงมาตั้งเรือนใหม่เป็นอีก ๑ ครอบครัว เรียกว่า “ลงปักซั้งตั้งกิน” การที่อยู่ในเรือนของพ่อตา แม่ยาย ๓ ปี ถือเป็นการตอบแทนคุณที่ผู้ชายได้ลูกสาวของเขามาเป็นภรรยา ยังเป็นการฝึกให้ฝ่ายหญิงรู้ในหน้าที่ของแม่ศรีเรือนที่ดี สำหรับฝ่ายชายก็จะได้ศึกษาวิธีการเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีจากพ่อตา และยังเป็นช่วงที่คู่ผัวตัวเมียจะได้เก็บหอมรอมทรัพย์ไว้เพื่อจะได้แยกลงมาตั้งเรือนใหม่ ส่วนจะลงตั้งเรือนแบบใดนั้น ก็แล้วแต่ความขยัน ความอดออมและความสามารถของทั้งคู่เมื่อสามีภรรยาแยกตัวลงอยู่ที่เรือนอีกหลังหนึ่งเป็นการเฉพาะนั้นมีประเพณีกำหนดไว้ว่า การปลูกเรือนในปีแรกต้องปลูกเรือน เสาดั้งจ้ำดิน หรือ เสาดั้งลวด คือเรือนที่ฝังเสาดั้งจากดินขึ้นไปรับอกไก่ ซึ่งเรือนแบบนี้ใช้อยู่อาศัยได้ประมาณ ๑-๓ ปีเท่านั้น ก็ต้องรื้อปลูกใหม่ การปลูกเรือนหลังที่ ๒ จึงจะสร้างเรือนเครื่องผูก คือผูกขื่อผูกแปกับเสาเรือนได้ โดยเสาดั้งตั้งจากขื่อขึ้นไป เรือนหลังที่ ๓ จึงจะปลูก เรือนซุกขื่อซุกแป หรือเรือนขื่อสุบคือเรือนที่ประณีตขึ้นกว่าเดิม ขื่อและแปของเรือนนั้นจะเจาะรูเพื่อสวมเข้ากับเดือยปลายเสาได้ ผัวหนุ่มเมียสาวเมื่อแยกเรือนนั้น จะปลูก เรือนใหม่ของตนให้ดีไปเลยในครั้งเดียวไม่ได้ ถือว่า ขึด หรืออัปมงคล ครอบครัวจะฉิบหาย แต่ถ้าพ้น ๓ ปีไปแล้วหรือปลูกเรือนชั่วคาวตามลำดับมาแล้ว ก็สามารถจะปลูกเรือนแบบใดก็ได้ แล้วแต่ฐานะ ของเจ้าของมีตั้งแต่ ตูบติดดิน ตูบหมาแหงนตูบหย่างร่างเรือนตูบพื้นหลองเข้า เรือนไม้บั่ว เรือนเครื่องไม้จิง และ เรือนไม้จิงล้วน หรือ”พื้นแป้นฝาแป้น”คือใช้ไม้กระดานทำฝาและพื้น
หลังจากที่พ่อเรือนได้เตรียมการแปลงเรือน(อ่าน”แป๋งเฮือน”)โดยตัดเสา ซ้อมเสาคือถากแต่งทั้งเสามงคล เสานางและเสาอื่น ๆ อีกทั้งทำเดี่ยวหรือหัวเทียนไปจนถึงเจาะรูแวงคือช่องที่ใช้สอดคาน ทำขื่อ แป ฯลฯ ให้ครบถ้วน แล้วก็จะได้ดำเนินการยกเสาลงหลุมและติดตั้งไม้เครื่องเรือนต่าง ๆ ให้คุมกันเป็นตัวเรือนต่อไป พ่อเรือนจะต้องไปหาฤกษ์โดยปฤกษากับ ผู้เฒ่าที่รู้ประเพณีต่าง ๆ และอาจหารือกับหมอเมื่อคือหมอดูซึ่งจะได้หาวันดีวันเสียจากตำรา ดังที่กล่าวว่า “เดือนเกียง(อ่าน”เกี๋ยง”) ห้า เก้า เสียวันอาทิตย์กับวันจันทร์ เดือนยี่ หก สิบ เสียวันอังคาร เดือนสาม เจ็ด สิบเอ็ด เสียวันเสาร์กับวันพฤหัสบดี เดือนแปด สี่ สิบสอง เสียวันศุกร์กับวันพุธ” ซึ่งห้ามทำการมงคล ทั้งนี้ในการปลูกเรือนนี้ จากตำรากล่าวว่า ให้ปกในเดือนคู่ คือเดือนหกกับเดือนแปด ส่วนเดือนสิบนั้น ห้ามการทำพิธีต่าง ๆ โดยถือว่าเป็นเดือนไม่เป็นมงคล
เมื่อการเตรียมเครื่องไม้ต่าง ๆ เข้าที่แล้วและใกล้จะถึงวันกำหนดตามฤกษ์ เจ้าของบ้านจะเริ่มเตรียมการโดยบอกกล่าวเพื่อนบ้านให้มาช่วยปกเรือน ทางแม่บ้านก็จะเตรียมการเรื่องอาหารที่จะเลี้ยงดูผู้มาช่วยงานโดยมิให้บกพร่อง พ่อบ้านจะประสานงานกับสล่าหรือนายช่างกับคณะทำงานเพื่อเตรียมพิธีการโดยเฉพาะต้องขอที่ดินกับพระญานาคแล้วจึงขุดหลุมเสา และที่ไม่ลืมก็คือจะต้องมีพิธีขึ้นท้าวทังสี่ในตอนค่ำก่อนที่จะ ปกเรือนในวันรุ่งขึ้น
ในตอนค่ำคืนของวันดาคือวันสุกดิบนั้น เป็นวันที่ต้องมีการเตรียมการด้านอาหารการกินต่าง ๆ ทั้งนี้ผู้ที่มักมาช่วยพ่อครัวหรือแม่ครัวคือบรรดาหนุ่มสาวทั้งหลายในหมู่บ้าน ฝ่ายหนุ่มมักช่วยจัดตั้งเตาไฟ ผ่าฟืน ตักน้ำและงานที่ต้องใช้แรง ฝ่ายสาว ๆ ก็มักจะช่วยพันมูลีคือมวนบุหรี่ แปลงอมเหมี้ยงคือทำเมี่ยงให้เป็นคำ ๆ และช่วยเตรียมไซ้ผักคือเด็ดผักหรือเครื่องปรุงอาหารต่าง ๆ ซึ่งพอเวลาประมาณเที่ยงคืนไปแล้ว ก็จะเริ่มนึ่งข้าวเพื่อเลี้ยงดูพวกแม่ครัวเสียก่อนจากนั้นก็เริ่มนึ่งข้าวและเตรียมอาหารต่าง ๆ เป็นโกลาหล
พอเช้ามืด ชาวบ้านที่ไปขอแรงไว้หรือที่ทราบข่าวก็จะเริ่มมาถึงบริเวณทำงาน การปกเรือนจะเริ่มเมื่อเห็นลายมือเส้นหลวง เจ้าภาพจะนำเอาใบไม้ต่าง ๆ มารองก้นหลุมตามที่กำหนดเพื่อความเป็นมงคลจากนั้นจึงเริ่มลงเสามงคลคือเสาเอกแล้วลงเสานาง จากนั้นเสาอื่น ๆ ก็จะลงสู่หลุม คนที่ชื่อ แก้ว คำเงิน ดี หมั้น แก่น จะรับหน้าที่ลงเสาเพื่อความเป็นมงคล ชาวบ้านจะใช้เชือกขนาดใหญ่คล้องเสาแล้วจึงเอาคานสอดจากนั้นจึงช่วยกันหามไปสู่หลุม คนที่อยู่ประจำหลุมจะใช้ไม้คอยคัดให้เสาลงสู่ที่ คนที่อยู่ทางด้านปลายก็จะช่วยกันผลักให้เสาตั้งขึ้นโดยอาจใช้ไม้ง่ามคอยค้ำทางด้านปลาย จากนั้นหนุ่ม ๆ ที่แข็งแรงก็จะขึ้นไปประจำอยู่ที่ยอดเสา พวกที่อยู่ด้านล่างก็ช่วยกันส่งขื่อและแปขึ้นไปให้ อันดับแรกจะสวมรูซึ่งเจาะที่แปให้สวมลงบนเดี่ยวคือหัวเทียน จากนั้นจึงสวมขื่อตามลงไปเพื่อยึดโครงสร้างของเรือนให้คุมกันได้แล้วจึงช่วยกันปรับระดับเสาให้ได้แนวและความสูงต่ำ เมื่อได้ที่แล้วจึงสอดแวงคือคานและเริ่มพาดตงคือรอดและหามฝาบ้านทั้งแผงเข้าติดตั้ง พวกที่อยู่ในระดับหลังคาก็จะจัดตั่งโยคือจันทันและหน้าแหนบคือหน้าบันที่ตามขึ้นไปนั้นให้เข้าที่ จัดแปพ่างคือแปลอยให้เข้ากับที่ได้บากไว้ เมื่อจัดมาถึงระดับนี้ก็พอดีเริ่มจะสายเจ้าบ้านจะเรียกให้พวกที่อยู่บนหลังคาลงมา และให้พวกที่อยู่ทั้งด้านบนด้านล่างเตรียมล้างมือกินข้าว แม่ครัวก็จะสั่งการให้จัดสำรับเป็นชุด ๆ ไปวางเป็นจุด ๆ ให้ผู้มาช่วยงานได้กินกัน อาหารที่มักจะใช้เลี้ยงกันนั้นก็แล้วแต่ระดับเศรษฐกิจของเจ้าบ้าน หากพอจะทำได้ก็จะเลี้ยงชิ้นลาบกับแกงอ่อมซึ่งถือว่า เป็นอาหารระดับยอดเยี่ยม มิฉะนั้นก็จะเลี้ยงยำชิ้นไก่ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก แต่หากจะเลี้ยงแกงหยวกใส่วุ้นเส้นหรือแกงฟักเขียวใส่ไก่ก็ถือว่าใช้ได้
เมื่อกินข้าวแล้วก็จะพักสูบบุหรี่และอมเหมี้ยงกันก่อน โดยมากผู้มาช่วยงานเมื่อกินอาหารแล้วก็จะกลับเพราะถือว่างานที่หนักและจำเป็นต้องใช้แรงคนจำนวนมากนั้นได้หมดไปแล้ว แต่หากเจ้าภาพมีงานที่ต้องใช้แรงคนมากและมีอุปกรณ์พร้อมอยู่แล้ว ผู้มาช่วยก็จะดำเนินงานต่อให้ เช่น ช่วยกันยกแผงหลังคาขึ้นทั้งแผง เป็นต้น ผู้ที่ค่อนข้างสนิทกับเจ้าบ้านก็มักจะอยู่ช่วยจนถึงเที่ยงหรือวันนั้นทั้งวันก็มี
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น